Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

Covid-19 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

29 ก.พ. 2563



ติดตามรายงานพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง และพื้นที่ที่ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไป
ในสถานที่คนแออัดความสำคัญ (ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูล ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.00 น.)

ประเทศจีน มาเก๊า ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อิตาลี อิหร่าน
ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีการระบาด

หากมีไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ
ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางให้เจ้าหน้าที่ทราบ

 

Covid-19 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

  • การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) เริ่มจากเมืองอู่ฮั่น ในประเทศจีน และต่อมาระบาดไปอีกหลายเมือง ปัจจุบันพบผู้ป่วยติดเชื้อในหลายประเทศ
  • ขณะนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ตามประกาศของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ระงับเที่ยวบินเข้าออกจากเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2563 และขยายเวลาถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 และเลื่อนการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง
  • ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีการระบาด หากมีไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางให้เจ้าหน้าที่ทราบ

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คือ

  • เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มโคโรนา ที่ทำให้มีไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ โดยส่วนใหญ่จะมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจหอบเหนื่อย และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • เชื้อสามารถติดต่อจากคนสู่คน ผ่านทางการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และแพร่กระจายผ่านละอองเสมหะทางการไอจามของผู้ที่มีเชื้อ


Q&A ข้อแนะนำ “รู้ทัน-ป้องกัน Covid-19 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019”

Q : โรงพยาบาลมีบริการตรวจ Covid-19 หรือไม่
A :
 โรงพยาบาลมีบริการตรวจหาเชื้อ Covid-19 เบื้องต้น สำหรับกลุ่มเสี่ยงโรค หากมีอาการอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ดังนี้

  1. ท่านมีอาการ ดังต่อไปนี้หรือไม่ อาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ
  2. มีประวัติการเดินทางจากประเทศจีน มาเก๊า ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อิตาลี อิหร่าน ภายใน 14 วันที่ผ่านมานี้หรือไม่
  3. เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพสัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง หรือบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ สัมผัสกับผู้ป่วยหรือไม่
หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางให้เจ้าหน้าที่ทราบ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Q : ถ้าไม่มีอาการ มาตรวจได้หรือไม่หากพึ่งกลับจากพื้นที่เสี่ยง
A : หากท่านผู้ใช้บริการ ยังไม่มีอาการแสดง
 โปรดปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

  • อยู่ที่บ้าน รายงานตัวและจำกัดคนเยี่ยม
  • สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
  • ปิดฝาชักโครกทุกครั้งที่กดล้าง ลดการฟุ้งกระจายของไวรัส
  • ไอและจามใส่กระดาษทิชชู่
  • ล้างมือและสบู่หรือเจลล้างมือทันทีที่ทิ้งทิชชู่
  • เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท
  • งดรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น และแยกของใช้ส่วนตัว
  • ล้างจานด้วยน้ำยาล้างจานก่อนใช้เสมอ
  • ยืนห่างจากผู้อื่นมากกว่า 1 เมตร เพื่อป้องกันการกระจายของละอองฝอยกระจาย
  • หากต้องออกจากบ้านไม่ควรใช้รถโดยสารสาธารณะ
  • หากเริ่มมีอาการมีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก ภายใน 14 วันหลังจากไปพื้นที่ระบาดที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการควรรีบมาพบแพทย์

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Q : ถ้าสงสัยว่า ติดเชื้อต้อง ทำอย่างไร
A : โปรดสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ รีบมาพบแพทย์ และแจ้งข้อมูล เช่น อาการป่วย วันที่เริ่มมีอาการป่วย วันเดินทางมาถึงประเทศไทย สถานที่พัก เป็นต้น
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Q : กลุ่มเสี่ยงอะไรบ้าง ที่ควรกักตัวเพื่อรอดูอาการ
A : ผู้ที่ควรกักตัว มี 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) คือ มีไข้ (อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส / อาการทางเดินหายใจ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือ หายใจลำบาก) / เป็นคนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงและเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุข
  2. ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หมายถึง คนที่ทำกิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยันหรือผู้ป่วยเข้าข่าย ได้แก่ คนในครอบครัวที่อยู่ในบ้านเดียวกันหรือดูแลตอนที่ป่วย คนที่นั่งเครื่องบินหรือรถโดยสารร่วมกับผู้ป่วยยืนยันหรือเข้าข่าย คนในชุมชนเดียวกันที่สัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยยืนยันหรือเข้าข่าย (สารคัดหลั่ง - น้ำมูก น้ำลาย ของเหลวที่ไดนไอ จามใส่)
  3. บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใส่ PPE ตามมาตรฐาน PPE คือ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Q : จะทำอย่างไร ถ้ากลับมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วต้องกักตัว
A :
 การปฏิบัติตัวระหว่างการแยกสังเกตอาการที่บ้าน/ ที่พัก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น  

  • ให้หยุดการเข้าเรียน และงดเข้าร่วมกิจกรรมของสถานศึกษาที่มีการรวมคนจำนวนมาก นักเรียน/นักศึกษาที่เดินทางกลับมา ควรนอนแยกห้อง ไม่ออกนอกบ้าน ไม่เดินทางไปที่ชุมชนหรือที่สาธารณะอย่างน้อย 14 วัน นับจากวันเดินทางกลับจากพื้นที่ระบาดมาถึงประเทศไทย
  • รับประทานอาหารแยกจากผู้อื่น อาจรับประทานอาหารร่วมกันได้ แต่ต้องใช้ช้อนกลางทุกครั้ง
  • ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ โทรศัพท์ ร่วมกับผู้อื่น
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที กรณีไม่มีน้ำและสบู่ ให้ลูบมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นอย่างน้อย 60%  
  • สวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างจากคนอื่นๆ ในบ้านประมาณ 1-2 เมตร
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดบุคคลอื่นในที่พักอาศัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ
  • การทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ให้ใช้วิธีพับ ม้วน ใส่ถุงพลาสติกและปิดปากถุงให้สนิทก่อนทิ้งลงในถังขยะที่มีฝา
  • ปิดมิดชิด และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำและสบู่ทันที  
  • ปิดปากจมูกด้วยกระดาษทิชชูทุกครั้งที่ไอจาม โดยปิดถึงคาง แล้วทิ้งทิชชู่ลงในถุงพลาสติกและปิดปากถุงให้สนิท
  • ก่อนทิ้ง หรือ ใช้แขนเสื้อปิดปากจมูกเมื่อไอหรือจาม และ ทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือล้างมือด้วย น้ำและสบู่ทันที  
  • ทำความสะอาดบริเวณที่พักของนักเรียน/นักศึกษา เช่น เตียง โต๊ะ บริเวณของใช้รอบๆ ตัวของผู้ป่วย รวมถึงห้องน้ำด้วยน้ำยาฟอกขาว 5% โซเดียมไฮโปคลอไรท์(น้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ำ 99 ส่วน)  ทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู ฯลฯ ด้วยสบู่หรือผงซักฟอกธรรมดาและน้ำ หรือซักผ้าด้วยน้ำร้อนที่ · อุณหภูมิน้ำ 60-90 °C

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Q :
 จะทำอย่างไร หากต้องอาศัยร่วมกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอยู่อาศัยร่วมบ้าน และวิธีทำลายเชื้อ
A : การปฏิบัติตัวของผู้อยู่อาศัยร่วมบ้าน และวิธีการทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมในบ้าน  

  • ทุกคนในบ้านควรล้างมือบ่อยครั้ง เพื่อลดการรับและแพร่เชื้อ โดยใช้น้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที
  • กรณีไม่ มีน้ำและสบู่ ให้ลูบมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นอย่างน้อย 70% 
  • เฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยของผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือสมาชิกคนอื่นในบ้าน เป็นเวลา 14 วัน หลังสัมผัสกับผู้ป่วย
  • นอนแยกห้องกับผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาด
  • อาจรับประทานอาหารร่วมกันได้ แต่ต้องใช้ช้อนกลางทุกครั้ง
  • ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ร่วมกับผู้เดินทางกลับ
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดในระยะ 1 - 2 เมตร กับนักเรียน/นักศึกษาที่กลับมาจากพื้นที่ระบาด
  • ทำความสะอาดบริเวณที่พักของนักเรียน/นักศึกษา เช่น เตียง โต๊ะ บริเวณของใช้รอบๆ ตัวของผู้ป่วย รวมถึงห้องน้ำด้วยน้ำยาฟอกขาว 5% โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (น้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ำ 99 ส่วน)  ทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู ฯลฯ ด้วยสบู่หรือผงซักฟอกธรรมดาและน้ำ หรือซักผ้าด้วยน้ำ ร้อนที่อุณหภูมิน้ำ 60 - 90 °C 
  • หากมีแม่บ้านทำความสะอาดหอพักของนักศึกษา/นักศึกษาที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาด แนะนำให้ใส่ชุดป้องกันร่างกาย ได้แก่ หน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม แว่นตากันลม ถุงมือยาว รองเท้าบูท และผ้ากัน เปื้อนพลาสติก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Q : 
กักตัวและสังเกต อาการต้องทำอย่างไร
A : สังเกตอาการไข้และอาการระบบทางเดินหายใจ กรณีมีปรอทวัดไข้แนะนำให้วัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน ช่วงเช้าและเย็น

  1. อาการไข้ ได้แก่ 
    • วัดอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือ
    • มีอาการสงสัยว่ามีไข้ ได้แก่ ตัวร้อน ปวดเนื้อปวดตัว หนาวสั่น
  2. อาการระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ น้ำมูก จาม เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือ หายใจลำบาก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Q :
 ถ้าต้องเดินทางไปไหนมาไหนในระยะนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
A :
 วิธีการเตรียมพร้อมในทุกการเดินทาง ป้องกัน Covid - 19

  • ดูแลร่างกายให้แข็งแรง หมั่นออกกำลังกายและกินอาหารถูกสุขลักษณะ
  • ของต้องมีติดประเป๋า หน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกการเดินทาง
  • สังเกตตัวเองและคนรอบข้าง หากรู้ว่าตัวเองหรือเห็นคนรอบข้าง มีอาการป่วยให้สวมหน้ากากอนามัยทันที
  • ภารกิจหลังเดินทาง หลังเดินทางหลังกลับถึงประเทศไทยภายใน 14 วัน ถ้ามีอาการไข้ ไอเจ็บคอ มีน้ำมูกหายใจ เหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัยและรีบไปพบแพทย์

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Q :
 ในช่วงนี้ มีสิ่งใดที่ควรทำและไม่ควรทำบ้าง
A : สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ มีดังนี้

  • สิ่งที่ควรทำ       
    • ล้างมือ สม่ำเสมอ
    • สวมหน้ากากอนามัย
    • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
    • ถ้าต้องไปตลาดค้าสัตว์ต้องสวมหน้ากากอนามัย
  • สิ่งที่ไม่ควรทำ
    • ไม่สัมผัสสัตว์ป่วยหรือตาย
    • ไม่นำมือสัมผัสหู ตา จมูก ปากโดยไม่จำเป็น
    • ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Q :
 ถ้าตรวจแล้วพบโรค จะทำอย่างไร
A : เมื่อโรงพยาบาลฯ ตรวจคัดกรองและตรวจหาเชื้อโรค COVID-19 ในระดับเบื้องต้นตามมาตรฐานแล้ว จะทราบผลภายใน  2 วัน  หากการวินิจฉัยพบเชื้อ COVID-19 ทางโรงพยาบาลจะส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดต่อไป

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณข้อมูล 
กระทรวงสาธารณสุข https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index_more.php
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1745

 

Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.