Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

ไข้เลือดออก ภัยร้ายไม่ไกลตัว

2 มี.ค. 2560


ไข้เลือดออกภัยร้ายไม่ไกลตัว.....อันตรายถึงขั้นระบบร่างกายหยุดทำงาน จนเสียชีวิตได้ภายในระยะเวลาไม่นาน.

โรคไข้เลือดออก (Dengue hemorrhagic fever หรือ Dengue shock Syndrome) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเดงกี (dengue virus) ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์ จัดอยู่ในกลุ่ม Flavivirus และสามารถแพร่ได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ ทางองค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าสถานการณ์ระบาดของไข้เลือดออกในหลายประเทศโดยเฉพาะในเขตร้อนจะรุนแรงขึ้น โดยส่วนหนึ่งเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนทำให้ยุงแต่ละชนิดสามารถแพร่พันธุ์ได้มากขึ้น

สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรทราบเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกก็คือ อาการต่างๆ ที่ทำให้สงสัยว่าเด็กเล็กอาจจะเป็นไข้เลือดออก โดยอาการของโรคแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะแรก (ระยะไข้สูง)ระยะนี้มักไม่ค่อยมีอาการจำเพาะ อาการจะมีไข้สูงและเป็นหลายวัน (ประมาณ 5-6 วัน) โดยอาจมีอาการหวัด ปวดเมื่อยตัว หรือบางท่านจะมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยในช่วงฤดูไข้เลือดออก หากลูกมีไข้สูงหลายวัน ผู้ปกครองควรนึกถึงการติดเชื้อไข้เลือดออกด้วยเสมอ ควรพาลูกไปพบแพทย์ ไม่ควรพยายามรักษาเอง และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้ประเภทแอสไพรินและไอบูโพรเฟน ซึ่งอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารและเกิดปัญหาเลือดออกในกระเพาะอาหาร รวมถึงเลือดไม่แข็งตัวเมื่ออาการของไข้เลือดออกเป็นรุนแรงถึงขั้นระยะช็อกได้
  • ระยะวิกฤติ (ระยะ 3 วันอันตราย อาจเสี่ยงกับอาการช็อกได้)ผู้ป่วยมักมีไข้มาแล้วหลายวัน อาการทั่วไปจะดูเพลียมากขึ้น อาจมีอาการปวดเมื่อยตัวมากขึ้น รวมถึงมีอาการปวดท้อง ท้องอืด เบื่ออาหาร ผิวหน้า-ฝ่ามือ-ฝ่าเท้าดูแดงๆ ในช่วงนี้เด็กบางคนอาจพูดคุยได้ดี แต่ก็ยังต้องคอยตรวจวัดชีพจรและความดันโลหิตเป็นช่วงๆ บ่อยๆ ร่วมกับดูปริมาณน้ำและอาหารที่รับประทานเข้าไปเทียบกับปริมาณปัสสาวะที่ออกมาในแต่ละช่วงของวันในบางรายอาจมีอาการท้องอืดมากขึ้น กระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ร่วมกับไข้ที่ลดลงเป็นอุณหภูมิปกติ ซึ่งอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจผิดว่าเด็กกำลังจะหายจากไข้เลือดออกแล้ว ทั้งๆ ที่เด็กอาจกำลังเข้าสู่ระยะช็อกที่จะมีความรุนแรงตามมาในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ก็ได้
  • ระยะฟื้นตัวเป็นระยะหลังไข้ลงโดยไม่มีอาการช็อก โดยเกล็ดเลือดจะเริ่มกลับสูงขึ้น ชีพจรและความดันโลหิตเริ่มคงที่ดีขึ้น ปัสสาวะเริ่มออกมากขึ้น การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองที่เคยซึมรั่วไปอยู่ในส่วนอื่นๆ ของร่างกายกลับเข้าสู่ระบบการไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆ เริ่มทำงานเป็นปกติ จากนั้นในอีก 48-72 ชั่วโมงต่อมาจะเข้าสู่ระยะที่เรียกว่าหายเป็นปกติ ผู้ป่วยจะเริ่มมีความอยากอาหารบ้าง อาการปวดท้องและท้องอืดจะดีขึ้น รู้สึกมีแรงมากขึ้น มักพบผื่นแดงและคันตามฝ่ามือและฝ่าเท้าโดยไม่มีการลอกตัวของผิวหนัง

** จากการดูแลด้วยหัวใจของทีมโรงพยาบาลบางปะกอก รังสิต 2 ทางโรงพยาบาลมีการตรวจคัดกรองอาการไข้เลือดออกได้โดย

  1. มีอาการไข้ครั่นเนื้อครั่นตัว ตั้งแต่ “วันแรก”
  2. เข้ารับการตรวจและวิเคราะห์ได้ถึงแนวโน้มการเป็น “ไข้เลือดออกได้ทันที” สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลบางปะกอก รังสิต 2 เท่านั้น
Go to top
Copyright © 2015 Bangpakok Hospital All rights reserved.